เกร็ดความรู้เกี่ยวกับคลอรีนไดออกไซด์ (Chlorine Dioxide)
อัพเดทล่าสุด: 24 มี.ค. 2025
1434 ผู้เข้าชม

Chlorine Dioxide คืออะไร?
Chlorine Dioxide (ClO2) เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะก๊าชที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและได้รับการยอมรับจาก US EPA มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง เช่นใช้ในการผลิตน้ำดื่ม ใช้ฆ่าเชื้อในผัก ผลไม้ ใช้ทำความสะอาดห้องหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ClO2 สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น bacteria, yeasts, molds และ viruses โดยทำงานที่อุณหภูมิห้องและใช้ความเข้มข้นเพียง 1-30 mg/L
สมบัติทางเคมี
Chemical Formula: ClO2
Molecular Weight: 67.45 g/mole
Melting Point (°C): -59
Boiling Point (°C): +11
Density: 2.4 เท่าของอากาศ
Chlorine Dioxide ฆ่าเชื้อได้อย่างไร?
ด้วยคุณสมบัติที่เป็น Oxidizing agent จึงทำปฏิกิริยากับส่วนประกอบของเซลล์จุลินทรีย์โดยการดึง electron ออกมาทำให้เซลล์เมมเบรนขาดเสถียรภาพและทำให้เซลล์แตกในที่สุด ClO2 ยังสามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนของเซลล์ได้หลายชนิดทำให้ยากต่อการที่จุลินทรีย์จะเกิดการกลายพันธุ์แล้วอยู่ในรูปที่ต้านทานต่อ ClO2 นอกจากนี้ ClO2 ยังสามารถทำลาย bacteriaที่อยู่ในรูป endospore ที่ไม่สามารถทำลายได้ง่าย โดย ClO2สามารถซึมผ่านส่วนห่อหุ้มสปอร์เข้าไปทำลายส่วนประกอบภายในได้
Chlorine Dioxide เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ClO2 ถึงแม้จะมี Cl เป็นส่วนประกอบ แต่คุณสมบัติกลับแตกต่างจาก Cl เนื่องจาก ClO2 ไม่ทำปฏิกิริยากับสารประกอบ เช่น Ammonia หรือ Organic Compound ทำให้ไม่ก่อสารประกอบอินทรีย์ข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของ chlorine (chlorinated organic compounds) ซึ่งสารเหล่านี้มักเป็นสารก่อมะเร็งที่รุนแรงชนิดหนึ่ง และเนื่องจาก chlorine dioxide gas มีค่า Oxidation/Reduction Potential ต่ำกว่าสารฆ่าเชื้อชนิดอื่นๆ เช่น Ozone, Hydrogen Peroxide หรือ Sodium Hypochlorite จึงมีสมบัติกัดกร่อนวัสดุน้อยกว่า จึงปลอดภัยเมื่อใช้งานในห้องที่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
Chlorine Dioxide (ClO2) เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะก๊าชที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและได้รับการยอมรับจาก US EPA มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง เช่นใช้ในการผลิตน้ำดื่ม ใช้ฆ่าเชื้อในผัก ผลไม้ ใช้ทำความสะอาดห้องหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ClO2 สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น bacteria, yeasts, molds และ viruses โดยทำงานที่อุณหภูมิห้องและใช้ความเข้มข้นเพียง 1-30 mg/L
สมบัติทางเคมี
Chemical Formula: ClO2
Molecular Weight: 67.45 g/mole
Melting Point (°C): -59
Boiling Point (°C): +11
Density: 2.4 เท่าของอากาศ
Chlorine Dioxide ฆ่าเชื้อได้อย่างไร?
ด้วยคุณสมบัติที่เป็น Oxidizing agent จึงทำปฏิกิริยากับส่วนประกอบของเซลล์จุลินทรีย์โดยการดึง electron ออกมาทำให้เซลล์เมมเบรนขาดเสถียรภาพและทำให้เซลล์แตกในที่สุด ClO2 ยังสามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนของเซลล์ได้หลายชนิดทำให้ยากต่อการที่จุลินทรีย์จะเกิดการกลายพันธุ์แล้วอยู่ในรูปที่ต้านทานต่อ ClO2 นอกจากนี้ ClO2 ยังสามารถทำลาย bacteriaที่อยู่ในรูป endospore ที่ไม่สามารถทำลายได้ง่าย โดย ClO2สามารถซึมผ่านส่วนห่อหุ้มสปอร์เข้าไปทำลายส่วนประกอบภายในได้
Chlorine Dioxide เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ClO2 ถึงแม้จะมี Cl เป็นส่วนประกอบ แต่คุณสมบัติกลับแตกต่างจาก Cl เนื่องจาก ClO2 ไม่ทำปฏิกิริยากับสารประกอบ เช่น Ammonia หรือ Organic Compound ทำให้ไม่ก่อสารประกอบอินทรีย์ข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของ chlorine (chlorinated organic compounds) ซึ่งสารเหล่านี้มักเป็นสารก่อมะเร็งที่รุนแรงชนิดหนึ่ง และเนื่องจาก chlorine dioxide gas มีค่า Oxidation/Reduction Potential ต่ำกว่าสารฆ่าเชื้อชนิดอื่นๆ เช่น Ozone, Hydrogen Peroxide หรือ Sodium Hypochlorite จึงมีสมบัติกัดกร่อนวัสดุน้อยกว่า จึงปลอดภัยเมื่อใช้งานในห้องที่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างการใช้งานของ Chlorine Dioxide กับเครื่องมือหรือห้องปฏิบัติการต่างๆ

ห้อง Clean Room

ห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล

ห้องสัตว์ทดลอง Animal Holding Rooms

โรงงานอุตสาหกรรมในส่วนของ Processing Rooms and Filling Line
บทความที่เกี่ยวข้อง
การเติมสารคลอรีน (Sodiumhypochloride) ในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้เกิดสารประกอบคลอรีน และคลอไรด์ตกค้างในน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำทั้งประชาชนทั่วไป และภาคอุตสาหกรรม บทความทางวิชาการนี้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
24 มี.ค. 2025
ปัญหาที่พบในระบบ Cooling Tower ได้แก่
1) ตะกรัน (Scale)
2) การกัดกร่อน และสนิมเหล็ก (Corrosion)
3) ตะไคร่น้ำ และเมือกไบโอฟิล์ม(Algae & Bio-film)
4) โรคที่เกิดจากเชื้อ Legionella
24 มี.ค. 2025
คือระบบผลิตน้ำให้บริสุทธิ์ที่ค่าการนำไฟฟ้า (Conductivity) ต่ำกว่า 1 us/cm วิธีนี้เป็นวิธีดั้งเดิมและใช้กันมากที่สุด โดยใช้ Ion Exchange Resin ในการจับประจุที่อยู่ในน้ำ ซึ่งในปัจจุบันได้นำระบบ Reverse Osmosis System เข้ามาใช้ก็ใช้เพียงช่วยลด Ionic Load ก่อนเข้าระบบ Ion exchange เท่านั้น ทำให้ลดภาระการล้างคืนรูปสารกรองไปได้มากพอสมควร แต่ภาระการล้างคืนรูปที่ต้องเสียเวลามาก และต้องใช้สารเคมี กรดและด่าง ก็ยังมีอยู่ในระบบการล้างคืนรูปเครื่องกรอง Mixed bed และจำเป็นต้องใช้ผู้ที่ชำนาญ ในการควบคุมการทำงานของเครื่อง แต่ระบบนี้จะเป็นระบบที่ลงทุนเบื้องต้นต่ำกว่าระบบอื่นๆ
24 มี.ค. 2025


