เกร็ดความรู้เกี่ยวกับคลอรีนไดออกไซด์ (Chlorine Dioxide)
อัพเดทล่าสุด: 24 มี.ค. 2025
1321 ผู้เข้าชม

Chlorine Dioxide คืออะไร?
Chlorine Dioxide (ClO2) เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะก๊าชที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและได้รับการยอมรับจาก US EPA มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง เช่นใช้ในการผลิตน้ำดื่ม ใช้ฆ่าเชื้อในผัก ผลไม้ ใช้ทำความสะอาดห้องหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ClO2 สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น bacteria, yeasts, molds และ viruses โดยทำงานที่อุณหภูมิห้องและใช้ความเข้มข้นเพียง 1-30 mg/L
สมบัติทางเคมี
Chemical Formula: ClO2
Molecular Weight: 67.45 g/mole
Melting Point (°C): -59
Boiling Point (°C): +11
Density: 2.4 เท่าของอากาศ
Chlorine Dioxide ฆ่าเชื้อได้อย่างไร?
ด้วยคุณสมบัติที่เป็น Oxidizing agent จึงทำปฏิกิริยากับส่วนประกอบของเซลล์จุลินทรีย์โดยการดึง electron ออกมาทำให้เซลล์เมมเบรนขาดเสถียรภาพและทำให้เซลล์แตกในที่สุด ClO2 ยังสามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนของเซลล์ได้หลายชนิดทำให้ยากต่อการที่จุลินทรีย์จะเกิดการกลายพันธุ์แล้วอยู่ในรูปที่ต้านทานต่อ ClO2 นอกจากนี้ ClO2 ยังสามารถทำลาย bacteriaที่อยู่ในรูป endospore ที่ไม่สามารถทำลายได้ง่าย โดย ClO2สามารถซึมผ่านส่วนห่อหุ้มสปอร์เข้าไปทำลายส่วนประกอบภายในได้
Chlorine Dioxide เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ClO2 ถึงแม้จะมี Cl เป็นส่วนประกอบ แต่คุณสมบัติกลับแตกต่างจาก Cl เนื่องจาก ClO2 ไม่ทำปฏิกิริยากับสารประกอบ เช่น Ammonia หรือ Organic Compound ทำให้ไม่ก่อสารประกอบอินทรีย์ข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของ chlorine (chlorinated organic compounds) ซึ่งสารเหล่านี้มักเป็นสารก่อมะเร็งที่รุนแรงชนิดหนึ่ง และเนื่องจาก chlorine dioxide gas มีค่า Oxidation/Reduction Potential ต่ำกว่าสารฆ่าเชื้อชนิดอื่นๆ เช่น Ozone, Hydrogen Peroxide หรือ Sodium Hypochlorite จึงมีสมบัติกัดกร่อนวัสดุน้อยกว่า จึงปลอดภัยเมื่อใช้งานในห้องที่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
Chlorine Dioxide (ClO2) เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะก๊าชที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและได้รับการยอมรับจาก US EPA มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวาง เช่นใช้ในการผลิตน้ำดื่ม ใช้ฆ่าเชื้อในผัก ผลไม้ ใช้ทำความสะอาดห้องหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ClO2 สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น bacteria, yeasts, molds และ viruses โดยทำงานที่อุณหภูมิห้องและใช้ความเข้มข้นเพียง 1-30 mg/L
สมบัติทางเคมี
Chemical Formula: ClO2
Molecular Weight: 67.45 g/mole
Melting Point (°C): -59
Boiling Point (°C): +11
Density: 2.4 เท่าของอากาศ
Chlorine Dioxide ฆ่าเชื้อได้อย่างไร?
ด้วยคุณสมบัติที่เป็น Oxidizing agent จึงทำปฏิกิริยากับส่วนประกอบของเซลล์จุลินทรีย์โดยการดึง electron ออกมาทำให้เซลล์เมมเบรนขาดเสถียรภาพและทำให้เซลล์แตกในที่สุด ClO2 ยังสามารถทำปฏิกิริยากับโปรตีนของเซลล์ได้หลายชนิดทำให้ยากต่อการที่จุลินทรีย์จะเกิดการกลายพันธุ์แล้วอยู่ในรูปที่ต้านทานต่อ ClO2 นอกจากนี้ ClO2 ยังสามารถทำลาย bacteriaที่อยู่ในรูป endospore ที่ไม่สามารถทำลายได้ง่าย โดย ClO2สามารถซึมผ่านส่วนห่อหุ้มสปอร์เข้าไปทำลายส่วนประกอบภายในได้
Chlorine Dioxide เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ClO2 ถึงแม้จะมี Cl เป็นส่วนประกอบ แต่คุณสมบัติกลับแตกต่างจาก Cl เนื่องจาก ClO2 ไม่ทำปฏิกิริยากับสารประกอบ เช่น Ammonia หรือ Organic Compound ทำให้ไม่ก่อสารประกอบอินทรีย์ข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของ chlorine (chlorinated organic compounds) ซึ่งสารเหล่านี้มักเป็นสารก่อมะเร็งที่รุนแรงชนิดหนึ่ง และเนื่องจาก chlorine dioxide gas มีค่า Oxidation/Reduction Potential ต่ำกว่าสารฆ่าเชื้อชนิดอื่นๆ เช่น Ozone, Hydrogen Peroxide หรือ Sodium Hypochlorite จึงมีสมบัติกัดกร่อนวัสดุน้อยกว่า จึงปลอดภัยเมื่อใช้งานในห้องที่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างการใช้งานของ Chlorine Dioxide กับเครื่องมือหรือห้องปฏิบัติการต่างๆ

ห้อง Clean Room

ห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล

ห้องสัตว์ทดลอง Animal Holding Rooms

โรงงานอุตสาหกรรมในส่วนของ Processing Rooms and Filling Line
บทความที่เกี่ยวข้อง
การเติมสารคลอรีน (Sodiumhypochloride) ในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้เกิดสารประกอบคลอรีน และคลอไรด์ตกค้างในน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำทั้งประชาชนทั่วไป และภาคอุตสาหกรรม บทความทางวิชาการนี้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
24 มี.ค. 2025
ข้อดี
1. ไม่มีสีและกลิ่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พิเศษของสารส้ม
2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้าเพราะไม่มีส่วนผสมของครีมและน้ำมัน
3. ปลอดภัยและไม่ซึมเข้าสู่ร่างกายเพราะสารส้มทำให้เกิดประจุลบจึงไม่สามารถผ่านผนังเซลล์ได้ รวมทั้งไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายโอโซน
4. มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมและไม่เสื่อมสภาพที่อุณหภูมิห้อง
24 มี.ค. 2025
การออกกำลังกายให้ครบ ส่งผลให้ร่างกายมีสมรรถภาพที่ดี ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ต้องทำทั้ง แบบเพิ่มความแข็งแรง และ แบบเพิ่มความทนทาน จะยิ่งดีมากขึ้น หาก หัวใจและกล้ามเนื้อมีความทนทานเพิ่มขึ้นด้วย จะช่วยให้ไม่เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อไม่ล้าง่าย ทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น
24 มี.ค. 2025


